เมื่อ เร็วๆ นี้มหาเถรสมาคมและรัฐบาลได้ดำเนินการมอบเครื่องกฐินและทอดผ้าป่าสามัคคีถวาย วัด/ที่พักสงฆ์ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ไม่มีผู้รับจองเป็นเจ้าภาพ เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา
มีพระพรหมจริยาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้ ผู้แทนมหาเถรสมาคม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ รองผู้อำนวยการผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่ง ชาติ เป็นประธานในพิธีฝ่ายฆราวาส ณ วัดเมืองยะลา อ.เมือง จ.ยะลา
น.ส.จัน ทนา สุทธิเรืองวงศ์ ผู้อำนวยการกองพุทธศาสนสถาน กล่าวรายงานว่า สถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ส่งผลกระทบต่อพระสงฆ์ ทำให้วัด/ที่พักสงฆ์เป็นจำนวนมากไม่มีผู้รับจองเป็นเจ้าภาพกฐินและผ้าป่า เนื่องจากเกรงจะไม่ได้รับความปลอด ภัยในการเดินทาง มหาเถรสมาคมรับทราบ และมีมติรับเป็นเจ้าภาพถวายกฐินและทอดผ้าป่าสามัคคีให้กับวัด/ที่พักสงฆ์ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน
สำหรับ ในปี 2552 สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้ประสานคณะสงฆ์และหน่วยงานในพื้นที่ได้สำรวจ วัด/ที่พักสงฆ์ ปรากฏว่าในส่วนกฐินมีส่วนราชการและภาคเอกชน รวมทั้งชุมชนรับเป็นเจ้าภาพ 4 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดยะลา ปัตตานี สงขลา และนราธิวาสครบแล้ว ในส่วนจังหวัดสตูลไม่มีเจ้าภาพทอดกฐินจำนวน 1 แห่ง คือ ที่พักสงฆ์ธงชัย
พระพรหมเวที กรรมการมหาเถรสมาคม ได้เห็นชอบให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสตูล ดำเนินการจัดทอดถวายเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2552 เรียบร้อยแล้ว
ใน ส่วนวัด/ที่พักสงฆ์ที่มีพระภิกษุไม่ครบ 5 รูป ไม่สามารถทอดกฐินได้ มีจำนวน 57 แห่ง ประกอบด้วยจังหวัดยะลา จำนวน 18 วัด/ที่พักสงฆ์ จ.ปัตตานี จำนวน 10 วัด/ที่พักสงฆ์ จ.สงขลา จำนวน 12 วัด/ที่พักสงฆ์ และ จ.สตูล จำนวน 17 วัด/ที่พักสงฆ์ รวม 57 วัด/ที่พักสงฆ์
พระพรหมจริยาจารย์ กล่าวสัมโมทนียกถากับพระสังฆาธิการที่เข้ารับการถวายผ้าป่าในครั้งนี้ว่า "การถวายกฐิน ผ้าป่า ให้กับวัดที่ไม่มีเจ้าภาพในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ทำให้ไม่มีเจ้าภาพในการทอดกฐิน ผ้าป่า มหาเถรสมาคมก็รับเป็นเจ้าภาพมาโดยตลอด ยืนยันว่าจะไม่ทอดทิ้งพระในพื้นที่นี้แน่นอน และพร้อมที่จะให้การสนับสนุนในทุกด้าน เพื่อให้สามารถอยู่ได้อย่างปกติสุข"
ด้านพระธรรมสิทธิมงคล เจ้าคณะจังหวัดยะลา ออกมายืนยันชัดเจนว่า ความเป็นอยู่ของพระสงฆ์ในพื้นที่นี้ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงหรือไม่ หน้าที่ของพระก็คือต้องอยู่วัด ปฏิบัติศาสนกิจ ทำกิจของสงฆ์ เพื่อคอยช่วยเหลือประชาชนเวลาที่เดือดร้อน เวลาที่ประชาชนมีทุกข์ พระสงฆ์ก็จะต้องแสดงออก โดยการออกไปให้ความช่วยเหลือในการประกอบพิธีทางศาสนา
ส่วนพระครู บวรญาณคุณ วัดทุ่งคล้า เจ้าคณะตำบลไม้แก่น จ.ปัตตานี กล่าวว่า พระสงฆ์ในพื้นที่ตำบลไม้แก่นประชาชนจะไปใส่บาตรที่วัด เพื่อความปลอดภัย ที่ผ่านมาในการปฏิบัติศาสนกิจต่างๆ จะได้รับความช่วยเหลือจากประชาชนในพื้นที่อย่างมาก ในส่วนของพระสงฆ์ก็พร้อมที่จะอยู่ที่วัดในพื้นที่ต่อไปไม่หนีไปไหน
การ ถวายผ้าป่าให้พระสงฆ์ที่จำพรรษาอยู่ที่วัดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นอีกหนึ่งกำลังใจที่แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยของมหาเถรสมาคมที่มีต่อพระ สงฆ์ในพื้นที่นี้
ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด













